ตอบสั้นๆ คือไม่ต้อง คำตอบที่ยาวกว่าคือ กำแพงภาษาในกรุงเทพฯ โผล่มาตรงไหน และจะข้ามไปอย่างไร
ก่อนมาเที่ยวครั้งแรก สงสัยเรื่องนี้ก็ไม่แปลก ภาษาไทยมีตัวอักษรของตัวเอง นักท่องเที่ยวจึงอ่านออกเสียงป้ายเองไม่ได้ แบบที่อาจทำได้ในหลายเมืองของยุโรป ข่าวดีคือ หลายที่ในกรุงเทพฯ ใช้ภาษาอังกฤษได้สบาย คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ ที่ไหนที่ใช้ไม่ได้ และถ้าเจอแล้วจะทำอย่างไร
ที่ที่ภาษาอังกฤษใช้ได้ดี
- รถไฟฟ้า BTS และ MRT มีป้าย แผนที่ และประกาศเป็นภาษาอังกฤษ การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจึงง่าย
- สนามบินและโรงแรมใหญ่ พนักงานและป้ายบอกทางพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- ห้างสรรพสินค้าและย่านยอดนิยม แถวสยามหรือสุขุมวิท พนักงานร้านและคาเฟ่หลายคนพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง และเมนูมักมีภาษาอังกฤษหรือรูปภาพ
- Grab พิมพ์จุดหมายในแอป ไม่ต้องอธิบายด้วยคำพูด
ที่ที่ภาษาอังกฤษเริ่มไม่พอ
- ร้านอาหารริมทางและร้านเล็กๆ ในตึกแถว เมนูมักมีแต่ภาษาไทย หรือไม่มีเมนูเลย และของอร่อยก็มักอยู่ที่ร้านแบบนี้
- ตลาดท้องถิ่น แม่ค้าอาจรู้ตัวเลขและคำศัพท์ไม่กี่คำ แต่มากกว่านั้นก็ยาก
- แท็กซี่และตุ๊กตุ๊ก คนขับหลายคนพูดภาษาอังกฤษได้น้อย แท็กซี่บางคันขอเหมาราคาแทนการกดมิเตอร์ ส่วนตุ๊กตุ๊กต้องตกลงราคากันก่อนขึ้น
- วินมอเตอร์ไซค์ เร็วและสะดวกสำหรับระยะสั้น แต่ต้องบอกเองว่าจะไปไหน
- ร้านขายยา ถ้าภาษาไม่ตรงกัน การอธิบายอาการหรือถามว่ายามีส่วนผสมอะไรจะยาก
- ย่านเก่าและการโทรศัพท์ พอออกจากย่านคึกคัก หรือต้องโทรหาร้านอาหารหรือร้านค้า ภาษาอังกฤษก็ใช้ได้น้อยลงอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่โทรศัพท์ช่วยได้
- โหมดกล้องของ Google Translate ส่องไปที่เมนูหรือป้าย ภาษาไทยจะกลายเป็นภาษาอังกฤษคร่าวๆ บนหน้าจอ อาจไม่สมบูรณ์ แต่มักพอให้เข้าใจความหมาย
- โหมดสนทนา พูด ยื่นหน้าจอให้ดู แล้วให้อีกฝ่ายตอบ ช้าหน่อย แต่เรื่องง่ายๆ ก็ใช้ได้
- Grab และ Google Maps พิมพ์จุดหมายและปักหมุดได้ ไม่ต้องพูดที่อยู่ออกมา
- ชี้และใช้รูปภาพ ยื่นรูปอาหารหรือสถานที่ให้ดูก็ใช้ได้ดีกว่าที่คิด
พูดตรงๆ แค่มีสิ่งเหล่านี้ คุณก็เที่ยวกรุงเทพฯ เองได้ นักท่องเที่ยวหลายคนก็ทำแบบนั้น
สิ่งที่โทรศัพท์ช่วยไม่ได้
แอปแปลภาษาแค่เปลี่ยนคำหนึ่งเป็นอีกคำหนึ่ง แต่ไม่ได้ช่วยในส่วนที่ทำให้วันนั้นดี
- คำแนะนำ กล้องอ่านเมนูได้ แต่บอกไม่ได้ว่าร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องอะไร หรือ 'เผ็ดนิดหน่อย' ที่นี่เผ็ดแค่ไหนจริงๆ
- การคุยโต้ตอบ ถามต่อ เปลี่ยนรายการที่สั่ง หรือ 'อันนั้นหมดแล้ว เอาอันนี้แทนไหม' ถ้าต้องพิมพ์ใส่โทรศัพท์ บทสนทนาสั้นๆ ก็กลายเป็นเรื่องยาว
- รู้ว่าราคาเหมาะสมไหม ที่ตลาดหรือตอนขึ้นตุ๊กตุ๊ก แอปแปลภาษาไม่ได้บอกว่าราคาที่เพิ่งได้ยินนั้นปกติหรือเปล่า
- การอ่านบรรยากาศ น้ำเสียง มารยาท จังหวะที่ควรยิ้มแล้วปล่อยผ่าน สัญญาณทางสังคมแบบไทยละเอียดอ่อน และแอปจับไม่ได้
สิ่งที่เปลี่ยนไปเมื่อมีสมาชิกครูว์
สมาชิกครูว์พูดภาษาอังกฤษกับคุณ และพูดภาษาไทยกับคนอื่นๆ เขาช่วยสั่งอาหารที่ร้านริมทาง ถามว่าในแกงมีอะไร บอกคนขับว่าจะไปไหน และถามคำถามต่อเนื่องที่คุณพิมพ์ได้ยากแทนคุณได้ ก่อนถึงวันจริง การแชทกับเราก็ใช้ภาษาอังกฤษได้เช่นกัน
แต่คุณไม่ได้จ้างล่าม คุณกำลังใช้เวลากับเพื่อนคนท้องถิ่น และปัญหาเรื่องภาษาก็ค่อยๆ จางไปเองระหว่างทาง ถ้ามีสถานการณ์ที่คุณไม่แน่ใจ เช่น ต้องแวะร้านขายยา หรือมีตลาดที่อยากไปดู บอกในแชทได้เลย แล้วค่อยตัดสินใจร่วมกัน ถ้ามีวันในใจแล้ว ส่งข้อความมาแต่เนิ่นๆ ครูว์แต่ละคนมีตารางของตัวเอง ถ้าไม่มีใครว่างในเวลาที่คุณต้องการ เราจะรีบบอกคุณ
ถ้ายังอยากเรียนสักสองสามคำ
พูดภาษาไทยได้สักคำสองคำก็ช่วยได้มาก และหลายคนมักยิ้มให้เมื่อเห็นคุณลองพูด สองคำแรกที่นิยมเรียนคือ 'สวัสดี' และ 'ขอบคุณ' ภาษาไทยมีวรรณยุกต์ ถ้าออกเสียงเพี้ยนไปบ้างก็ไม่เป็นไร สมาชิกครูว์ช่วยเรื่องการออกเสียงได้
คำถามที่พบบ่อย
- ต้องรู้ภาษาไทยตอนจองไหม
- ไม่ต้อง ตั้งแต่คำถามแรกจนถึงการยืนยันยอดเงิน คุยกับเราเป็นภาษาอังกฤษได้ทั้งหมด
- สมาชิกครูว์พูดภาษาอังกฤษได้ระดับไหน
- พอที่จะคุยกันได้สบายๆ ตลอดวัน ถ้าภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ของคุณเหมือนกัน บอกเราในแชทได้ เราจะใช้คำที่เข้าใจง่าย
- ช่วยเรื่องร้านขายยาหรือโทรศัพท์ได้ไหม
- ได้ ถ้าจำเป็นระหว่างที่อยู่ด้วยกัน เขาช่วยคุยกับเภสัชกรหรือโทรเป็นภาษาไทยให้ได้ แต่การตัดสินใจเรื่องสุขภาพยังเป็นของคุณ เภสัชกร และแพทย์
- ใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียวทุกที่ได้ไหม
- ส่วนใหญ่ได้ พูดช้าๆ ใช้คำง่ายๆ เลี่ยงคำสแลง และใจเย็นไว้หน่อย ในกรุงเทพฯ รอยยิ้มช่วยได้เยอะ
ถาม Yummy
กรุงเทพฯ